Habit Change ’21 วัน’ เปลี่ยนตัวเองได้จริงหรือ?

ถ้าเอ่ยถึงทฤษฎีก็น่าจะสอดคล้องกับทฤษฎี 21 วันเปลี่ยนนิสัย ( Habit Change )” ของ ดร.แม็กซ์เวลล์ มอลทซ์ (Dr.Maxwell Maltz) ศัลยแพทย์ตกแต่ง ซึ่งได้ตีพิมพ์ลงในหนังสือชื่อ Psycho-Cybernetics ใจความสำคัญว่า

…“การกระทำ” จะตกผลึก จนกลายเป็น “นิสัย” หากเราทำต่อเนื่องอย่างน้อย 21 วัน…

แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ทำๆ ไปอย่างนั้น แต่ต้องทำบนพื้นฐานความเชื่อว่า “เราจะเป็นได้ ทำได้” และทำอย่างมีสติ ซึ่งหลักการง่ายๆ ก็คือการเริ่มต้นด้วยการ “เขียน” ถึงสิ่งที่เราต้องการ สิ่งที่เราอยากเป็น และระบุลงไปให้ชัดว่าการกระทำใดจะทำให้เราไปถึงในจุดที่เราต้องการ จากนั้นเชื่อว่ามันเป็นไปได้ และลงมือทำตามนั้นต่อเนื่อง 21 วัน

เวลา 21 วัน คนเราสามารถที่จะเปลี่ยนนิสัยได้ไหม ( Habit Change )  ?

การจะเปลี่ยนนิสัยของคนเรานั้น ไม่อาจตอบได้ด้วยระยะเวลาที่แน่นอนตายตัว ขึ้นกับปัจจัยส่วนบุคคลด้วย บางคนที่มีภาพลักษณ์ต่อตัวเองดี (Self-Image) เชื่อว่าตัวเองมีศักยภาพพอจะทำได้ รับรู้ความสำเร็จของตัวเองเป็น เมื่อเทียบกับอีกกลุ่มที่มองตัวเองไม่ดีนัก เชื่อว่าทำอะไรก็ล้มเหลว ไม่ค่อยรับรู้ศักยภาพของตัวเอง หรือความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ ที่ตัวเองพอทำได้ คนกลุ่มแรกจึงมักมีแนวโน้มที่สำเร็จมากกว่า ส่วนเป้าหมายที่จะเปลี่ยน หากไม่ใช่สิ่งที่เราชื่นชอบ มีแรงปรารถนาอย่างแรงกล้า ความล้มเหลวก็มีสูง หากแต่เราก็สามารถพิชิตเป้าหมายได้

หากอธิบายด้วยหลักของ Cognitive Behavioral Theory  เมื่อความคิดเปลี่ยน พฤติกรรมจะเปลี่ยน และอารมณ์ก็จะเปลี่ยน คำว่า “ความคิด” นั้นหมายรวมถึงความเชื่อ ทัศนคติ หรือกฎบางอย่างที่เรามีให้ตัวเองด้วย ถ้าสิ่งนั้นขัดต่อความเชื่อที่เรามี โอกาสที่เราจะไม่ทำก็มีสูงกว่า สิ่งที่สอดคล้องไปกับความเชื่อเดิมของเรา

เช่น เรารู้ว่าควรตื่นเช้าตรงเวลา แต่ถ้าเราเชื่อว่าแค่กด Snooze ครั้งสองครั้งไม่เป็นอะไรหรอก โอกาสที่เราจะกด Snooze ต่อไปเรื่อยๆ ย่อมมีสูงขึ้น แต่ถ้าเราเปลี่ยนความคิดว่า การกด Snooze เพิ่มโอกาสการตื่นสาย นั่นหมายถึงโอกาสที่เราจะจัดการเลิกกด Snooze ได้เพิ่มมากขึ้นแล้ว เมื่อโอกาสเพิ่มขึ้น บวกกับการ “ฝึก” ซ้ำๆ เพื่อ “ฝืน” แนวปฏิบัติเดิมของเรา จากกด snooze เป็นห้ามกด โอกาสที่จะตื่นตั้งแต่เสียงปลุกแรกจะเพิ่มขึ้น นั้นเท่ากับพฤติกรรมเปลี่ยน

การที่เราจะฉุกคิดลงมือทำอะไรสักอย่าง หรือเปลี่ยนแปลงตัวเอง ส่วนใหญ่มนุษย์เรามักถูกกระตุ้นจากภายนอก หรือจากบุคคลอื่น เพราะการที่เราอยู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมเดิมๆ ผู้คนหน้าเดิม มักจะไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าเราเอาตัวไปสู่สิ่งแวดล้อมใหม่ เช่น การออกเดินทาง การคบคนในแวดวงที่ไม่เคยเกี่ยวข้อง ก็สามารถกระตุ้นให้เราอยากทำอะไรใหม่ๆ

แทงบอล

ใส่ความเห็น