บลจ.กรุงศรี มองหุ้นไทยปีนี้ 1,400 จุด ชี้หุ้นไทยแพงทำต่างชาติเมิน

บลจ.กรุงศรี มองหุ้นไทยปีนี้ 1,400 จุด ชี้หุ้นไทยแพง หลัง P/E ทะลุ 20 เท่า ทำต่างชาติเมิน ด้านหุ้นกู้เอกชนคาดไม่เห็นผิดนัดชำระหนี้อีก หลังมีภาครัฐ-สถาบันการเงินหนุน มองภาครวมศก.โลกอาจยังไม่พ้นจุดต่ำสุด ต้องจับตาปัจจัยหลายด้าน

บลจ.กรุงศรี

นายวิพุธ เอื้ออานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนตราสารทุน บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนกรุงศรี จำกัด เปิดเผยว่า มองภาพรวมดัชนีหุ้นไทยปีนี้มีโอกาสเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 1,400 จุดบวกลบ ด้านข้อมูลนักวิเคราะห์ทั้งหมดในตลาดประเมินว่าภาพรวมตลาดหุ้นไทย 12 เดือนข้างหน้า คาดว่าหุ้นไทยอยู่ในช่วง 1,470 จุด ซึ่งห่างจากดัชนีในปัจจุบันประมาณ 10%

ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในปัจจุบันมี P/E Ratio ปีนี้อยู่ที่ 20.4 เท่า และปี 2564 อยู่ที่ 16.3 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่แพงกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาคจึงมีความน่าสนใจน้อยลง ทำให้นักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยยาก

เห็นได้จากข้อมูลกลุ่มนักลงทุนต่างชาติในตั้งแต่เดือนเมษายนยังคงขายสุทธิ โดยเมษายนขายสุทธิกว่า 1,400 ล้านดอลลาร์ , พฤษภาคมขายสุทธิเกือบระดับ 1,000 ล้านดอลลาร์ และเดือนมิถุนายนยังขายสุทธิกว่า 400 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตามเชื่อว่าการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ยังเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนระยะกลาง-ยาวสูงกว่าสินทรัพย์อื่น เช่นการลงทุนพันธบัตร ตราสารหนี้ที่อยู่ในระดับต่ำ ซึ่งปีนี้การปรับตัวเพิ่มขึ้นของหุ้นไทยคงไม่หวือหวา โดยการลงทุนกองทุนระยะสั้นแนะนำแบบหุ้นปันผล ส่วนระยะกลาง-ยาวแนะนำประเภทหุ้นเติบโต

ด้านนายศิระ คล่องวิชา ประธานเจ้าหน้าที่่ฝ่ายการลงทุนตราสารหนี้ เปิดเผยว่า ภาพรวมการซื้อขายตลาดตราสารหนี้ภาครัฐเริ่มกลับมาเป็นปกติ แต่หุ้นกู้เอกชนการซื้อขายยังมีไม่มาก เนื่องจากการออกหุ้นกู้เอกชนเพิ่งเริ่มทยอยออก

สำหรับหุ้นกู้เอกชนขนาดใหญ่มีมุมมองว่าจะไม่เห็นการผิดนัดชำระหนี้อีกหลังจากกรณีการบินไทย เนื่องจากธุรกิจไทยยังมีสายป่านเพียงพอ ทั้งการช่วยเหลือจากภาครัฐบาล , สถาบันการเงิน ที่เข้ามาช่วยปรับโครงสร้างหนี้ธุรกิจที่จำเป็น แต่ภาพรวมการลดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้อาจมีให้เห็น เนื่องจากภาพรวมยอดขายที่ได้รับผลกระทบ โดยประเมินว่าภาพรวมการซื้อขาย และการทยอยออกหุ้นกู้เอกชนอีกประมาณ 2-3 เดือนจะเริ่มกลับมาดีขึ้น

ทั้งนี้แนะนำการลงทุนตราสารหนี้รัฐบาลระยะสั้นช่วงนี้ เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการพักสภาพคล่องเท่านั้น ส่วนการลงทุนกองทุนประเภทตราสารหนี้ระยะกลาว-ยาวคาดว่าจะให้ผลตอบแทนในกรอบ 1-3%

และนายจาตุรันต์ สอนไว ผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุนต่างประเทศ เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจทั่วโลกยังไม่สามารถประเมินได้ว่าพ้นจุดต่ำสุดแล้ว เนื่องจากยังมีปัจจัยที่ต้องติดตามทั้งปัญหา Trade war , การเลือกตั้งในสหรัฐฯ , ความต้องการ-การบริโภคกลับมาจริงหรือไม่หลักคลายล็อกดาวน์ , จับตาการติดเชื้อโควิด-19 รอบ2 , การพัฒนาวัคซีน แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ,ผลของมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ(QE) และวิกฤติหนี้ยุโรป โดยแนะนำลงทุนกองทุน KF-HTECH-A , KFHHCARE,KFACHINA-A , KFHASIA และ KF-HGOLD

แทงบอล

ใส่ความเห็น